IATA เรียกร้องอำนาจระงับใช้ระบบ EES ท่ามกลางความล่าช้าอย่างรุนแรงในสนามบินยุโรป
ระบบเข้า-ออกใหม่ของสหภาพยุโรป (EES) ทำให้เกิดความล่าช้าในสนามบินถึงสองชั่วโมง IATA ร้องขออำนาจระงับใช้ให้แก่ประเทศสมาชิกเพื่อจัดการความแออัดในช่วงการเดินทางหนาแน่น
Published
2 sources
- 1.EU's New EES Could Spark Major Airport Delays this Summeretias.com/articles/eu%E2%80%99s-new-ees-could-spark-major-airport-delays-this-summer
- 2.Schengen Entry/Exit System (EES) continues to cause delays for ...travtalkindia.com/schengen-entry-exit-system-ees-continues-to-cause-delays-for-pax-warns-iata

การเริ่มใช้ระบบเข้า-ออก (Entry/Exit System หรือ EES) ใหม่ของสหภาพยุโรปได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ณ สนามบินหลักในเขตเชงเกน โดยผู้เดินทางต้องเผชิญกับเวลารอคอยที่นานเกินกว่าสองชั่วโมง etias.com ความล่าช้าเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการบังคับเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายใบหน้าและลายนิ้วมือ สำหรับพลเมืองนอกสหภาพยุโรปที่เดินทางเข้าสู่เขตพื้นที่ เมื่อเวลาในการประมวลผลต่อผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานของสนามบินจึงต้องดิ้นรนเพื่อจัดการกับความแออัดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารขาเข้าหนาแน่นtravtalkindia.com
เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตที่กำลังขยายตัว สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อให้อำนาจแก่ประเทศสมาชิกในการระงับการดำเนินงานของระบบ EES บางส่วนหรือทั้งหมด ความยืดหยุ่นนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ชายแดนสามารถกลับไปใช้วิธีการตรวจสอบด้วยตนเอง (manual checks) ในช่วงเวลาที่มีความแออัดอย่างรุนแรงเพื่อรักษาความปลอดภัยและความคล่องตัว IATA สนับสนุนให้ตัวเลือกการระงับใช้ในกรณีฉุกเฉินนี้ยังคงมีอยู่จนถึงอย่างน้อยเดือนตุลาคม 2026 เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นยิ่งขึ้น
ผู้เดินทางที่วางแผนจะเดินทางไปยังเขตเชงเกนควรเตรียมตัวสำหรับระยะเวลาการประมวลผลที่ยาวนานขึ้นและการเข้าคิวที่อาจเกิดขึ้น ณ จุดควบคุมชายแดนตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ ขอแนะนำให้เดินทางถึงสนามบินเร็วกว่าปกติ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารการเดินทางทั้งหมดพร้อมใช้งานเพื่อเร่งขั้นตอนการตรวจสอบด้วยตนเอง แม้ว่าระบบ EES จะมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยชายแดนให้ทันสมัย แต่ระยะการเริ่มใช้งานในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพระบบหรือมีการบังคับใช้ระเบียบการระงับใช้