90 180 latest news

กรีซเริ่มใช้ระบบ Entry/Exit System (EES) ของสหภาพยุโรปเพื่อการควบคุมพรมแดนด้วยระบบไบโอเมตริกซ์

เผยแพร่
กรีซเริ่มใช้ระบบ Entry/Exit System (EES) ของสหภาพยุโรปเพื่อการควบคุมพรมแดนด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ - 90 180 latest news

กรีซได้เปิดใช้งานระบบ Entry/Exit System (EES) ของสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 โดยมีการนำการตรวจสอบทางไบโอเมตริกซ์แบบอัตโนมัติมาใช้สำหรับนักเดินทางที่ไม่ได้มาจากสหภาพยุโรป เพื่อให้เป็นไปตามกฎการพำนักระยะสั้น 90 วันภายใน 180 วันทั่วพรมแดนเชงเก็น www.thetraveler.orgtraveltomorrow.com ระบบนี้ซึ่งติดตามการเข้าและออกผ่านการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้า จะเข้ามาแทนที่การประทับตราหนังสือเดินทางด้วยตนเอง เพื่อบังคับใช้ขีดจำกัด 90 วันในระยะเวลา 180 วันใดๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นinternationalinvestment.biz หลังจากที่มีการทยอยเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ระบบ EES ได้กลายเป็นข้อบังคับที่สนามบินและท่าเรือของกรีซเมื่อวานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปอีก 28 ประเทศ

การเริ่มใช้งานในช่วงแรกได้ก่อให้เกิดความหยุดชะงักอย่างมาก ณ จุดผ่านแดนหลักของกรีซ ซึ่งสะท้อนถึงความวุ่นวายที่มีรายงานไปทั่วยุโรป โดยมีแถวยาวเหยียดเกิดขึ้นเมื่อผู้มาเยือนครั้งแรกต้องลงทะเบียนข้อมูลไบโอเมตริกซ์ รวมถึงภาพถ่ายและลายนิ้วมือ นักเดินทางต้องเผชิญกับความล่าช้าหลายชั่วโมง ตกเครื่องบิน และเกิดคอขวดที่ตู้คีออสก์ ส่งผลให้เกิดการร้องเรียนจากสายการบินและครอบครัวต่างๆmoney-tourism.gr ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 แม้ว่าทางการจะคาดหวังว่าระบบอัตโนมัติจะช่วยให้การตรวจสอบในอนาคตมีความคล่องตัวมากขึ้นก็ตาม

ในระยะยาว ระบบ EES มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยการแจ้งเตือนการพำนักเกินกำหนด (overstays) โดยจะเก็บข้อมูลของผู้ที่ปฏิบัติตามกฎไว้เป็นเวลาสามปี และข้อมูลการละเมิดกฎเป็นเวลาห้าปี ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมระบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่าง ETIAS เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวของกรีซกระตุ้นให้นักเดินทางมาถึงก่อนเวลาพร้อมหนังสือเดินทางแบบไบโอเมตริกซ์ที่ยังไม่หมดอายุเพื่อลดความหยุดชะงัก โดยคาดการณ์ว่าการดำเนินงานจะราบรื่นขึ้นเมื่อระบบมีความเสถียรwww.undiscoveredamerica.tv แม้จะมีปัญหาในช่วงเริ่มต้น แต่การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญไปสู่การจัดการพรมแดนแบบดิจิทัลในภูมิภาค

แชร์บทความนี้